ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บ md3skn.org เว็บหวยออนไลน์ยอดนิยมอันดับ 1 เปิดบริการแล้ววันนี้ 24 ชม. ฝาก ถอนด้วยระบบอัตโนมัติ จ่ายไว จ่ายหนัก บาทละ 990

โฮจิมินห์-มุยเน่-ดาลัด 4 วัน 3 คืน ราบรื่นอย่างไม่น่าเชื่อ!

หัวข้อนำทาง

สวัสดีค่าาาาา !! ต้องเกริ่นก่อนนะคะ ทริปนี้เราสองคนเน้นเที่ยวไม่ลำบากจนเกินไป เวลามีแค่ 4 วัน 3 คืน และวันสุดท้ายบินกลับไทยช่วงเช้าด้วย เลยแทบจะไม่ค่อยมีเวลาเพียงพอสำหรับเที่ยวทั้ง 3 เมืองได้ค่าใช้จ่ายอาจจะมากกว่ารีวิวอื่นๆมาก ก่อนอื่นขอแจกแจงรายละเอียดทริปแบบสรุปนิดนึงนะคะ – เดินทาง 2 คน ผู้หญิงทั้ง 2 ค่ะ – ระยะเวลา 4 วัน 3 คืน (6 ธันวาคม – 9 ธันวาคม 2561) – ค่าใช้จ่ายรวม 2 คน ทั้งค่าเที่ยว+กิน +ตั๋วเครื่องบิน และจิปาถะ อยู่ที่ 17,600 บาท หรือคน 8,800 บาท – บินไป-กลับ ดอนเมือง-โฮจิมินห์ ด้วยสายการบิน Nok Air เที่ยวบินแรกของวันทั้งไปและกลับ (ขาไป 7.35 น. ขากลับ 9.50 น.) ราคาตั๋วไปกลับ ได้ราคากลางๆ ไม่ถูกและไม่แพง คนละ 3,190 บาท จ้า – มีบินในประเทศ 1 ครั้ง จากดาลัด กลับมาโฮจิมินห์ ด้วย Vietnam Airline ราคาตั๋วในประเทศ คนละ 1,290 บาท แพงนิดนึง เพราะจองช่วงใกล้เดินทาง ถ้าไม่อยากเหนื่อย แนะนำให้บินในประเทศดูค่ะ มี Viet jet กับ Jet Star ที่ราคาถูกกว่านี้ค่ะ 700-800 บาท แต่เวลาบินไม่ค่อยโอเค เราเลยต้องยอมบิน Vietnam Airline แพงขึ้นมานิดค่ะ – วางแผนอย่างละเอียด ถ้าให้คะแนนเต็ม 10 คาดว่าแผนอยู่ที่ราวๆ 9 คะแนนค่ะ ทำการบ้านมาเยอะสุดๆ เพราะกลัวโดนหลอก เห็นใครๆก็จะพูดหรือรีวิวเป็นเสียงเดียวกันว่าไปเวียดนามใต้เสี่ยงโดนหลอกมากกก และอีกเหตุผลคือ ภาษาอังกฤษไม่ได้แข็งแรงมากค่ะ ฮ่าๆ – ที่พักจองกับ Booking กับ Traveloka – แลกเงินเวียดนามดองไปประมาณ 4,300,000 VND (ประมาณ 6,000 บาท) และแลกเงินดอลล่าไป 60 USD (ประมาณ 1,900 กว่าบาท) รวมเป็นเงินไทยที่แลกไป ปัดแล้วก็ประมาณ 8,000 บาทจ้า – แผนคร่าวๆ >> วันที่ 1 อยู่โฮจิมินห์ หลังจากลงเครื่อง ได้เที่ยว 2-3 ชม. บ่ายนั่งรถไปมุยเน่ ถึงมุยเน่เย็นๆ นอนมุยเน่ 1 คืน >> วันที่ 2 ตื่นแต่เช้าตรู่ เที่ยวมุยเน่ครึ่งวัน โดยซื้อทัวร์แบบ Half Day Trip เที่ยงนั่งรถไปดาลัด ถึงดาลัดช่วงเย็นๆ ได้เที่ยวดาลัดช่วงกลางคืน นอนดาลัด 1 คืน >> วันที่ 3 เที่ยวดาลัดทั้งวัน และประมาณ 3 ทุ่ม บินจากดาลัดกลับโฮจิมินห์ ได้เที่ยวกลางคืนที่โฮจิมินห์ นอนโฮจิมินห์ 1 คืน >> วันที่ 4 บินกลับไทย ไฟล์ท 9.50 น. มาเริ่มกันเลยนะคะ – Day 1 – (วันแรก หรือ Shonichi) ฮ่าๆ …. ป่าวนะ เค้าไม่ใช่โอตะ ไม่ช่ายยยย ออกเดินทางด้วยสายการบินนกแอร์ เวลา 07.35 น. จากสนามบินดอนเมืองตรงไปยังโฮจิมินห์ซิตี้ ถึงสนามบินเตินเซินเญิ๊ต โฮจิมินห์ซิตี้ 09.05 น. ออกจาก ตม. แล้ว ก็ลงมาซื้อซิมมือถือค่ะ ใช้บริการของ Vinaphone ค่ะ (เคาร์เตอร์สีฟ้าๆ ที่คนต่อแถวเยอะสุด) ราคาถูกกว่าเจ้าอื่นๆ มีราคาและรายละเอียดชัดเจนค่ะ 1 ซิม 100,000 VND สำหรับอินเตอร์เน็ตอย่างเดียว เล่นได้ประมาณ 3 GB ตัดสินใจว่าซื้อ 1 คนค่ะ แล้วแชร์กัน เนื่องจากคงไม่ได้เล่นอะไรมากนอกจากไลน์กลับไปบอกที่บ้าน แล้วก็โซเชียลอื่นๆนิดหน่อย (มีโปรอื่นๆอีกเยอะค่ะ ถ้าใครอยากโทรด้วยก็มีค่ะ ราคาก็จะแตกต่างกันออกไป ติดต่อเจ้าหน้าที่ได้เลยค่ะ) หลังจากได้ซิมเรียบร้อยแล้ว ก็ไปขึ้นรถเมล์สาย 109 ค่ะ จอดอยู่หน้าเทอมินอลเลยค่ะ ราคาคนละ 20,000 VND (ประมาณ 27 บาท) ซื้อตั๋วก่อนขึ้นรถนะคะ ซึ่งเจ้าหน้าที่เขาจะรู้ค่ะว่านี่นักท่องเที่ยว เขาก็จะตะโกนๆว่า ฟามงูเหลาๆๆๆ เราก็เยสๆ โอเคๆ จ่ายเงินค่าตั๋วสองคน แล้วขึ้นรถได้เลยค่ะ รถเมล์สีเหลือง สภาพดีมาก ใหม่มาก หลายๆรีวิวอาจจะแนะนำสาย 152 ราคาคนละ 5,000 VND (ประมาณ 7 บาท) ขึ้นสายนั้นก็ได้เหมือนกันค่ะ สาเหตุที่สาย 109 แพงกว่า ได้ยินว่าเป็นรถเอกชนค่ะ เป็นรถใหม่ และวิ่งตรงเข้าเมือง จอดป้ายน้อยกว่าค่ะ ใช้เวลาประมาณ 30 นาที ก็มาถึงในเมือง พอใกล้ถึง พนักงานบนรถก็จะบอกว่าถึงฟามงูเหลาแล้วค่ะ มีนักท่องเที่ยวทั้งไทย ฝรั่ง และอื่นๆที่ลงพร้อมกันเยอะแยะเลยค่ะ เพราะส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวก็จะมาลงรถที่นี่ หลังจากนั้นเราสองคนก็มองซ้ายมองขวากันค่ะ จุดมุ่งหมายของเราคือ บริษัท Futa Bus เพื่อที่จะไปซื้อตั๋วขึ้นรถไปมุยเน่บ่ายนี้ค่ะ ไปไม่ถูก รู้แต่อยู่ใกล้ๆ เลยเปิด Google Map นำทางค่ะ ระยะทางจากจุดลงรถเมล์ใกล้มาก เดินข้ามฝั่งถนนไปประมาณ 500 เมตรเองมั้งคะ แล้วเราก็มาถึง Office ของ Futa Bus ค่ะ สังเกตป้ายจะเป็นสีแดงๆ นะคะ โดยเราวางแผนกันไว้ว่าจะขึ้นรถเที่ยวบ่าย 2 โมงตรง เพื่อจะไปถึงมุยเน่ช่วงเย็นๆ (จากโฮจิมินห์ไปมุยเน่ ใช้เวลาประมาณ 5 ชม.) ราคาตั๋วคนละ 270,000 VND ค่ะ เป็นเงินไทยประมาณ 135 บาท (แต่ตรงนี้เราลืมถ่ายรูปกันเลยค่ะ เลยไม่มีรูปมาให้ดูเลย ต้องขอโทษด้วยน๊า) พอได้ตั๋วไปมุยเน่แล้ว เราก็เดินไปหา office ของ The Sinh Tourist ค่ะ เพื่อที่จะซื้อตั๋วจากมุยเน่ไปดาลัด ในวันรุ่งขึ้นค่ะ ซึ่งของ Futa Bus ไม่มีรถจากมุยเน่ไปดาลัดนะคะ ย้ำว่าไม่มี เราเลยต้องใช้บริการ Sinh Tourist ค่ะ ซึ่ง Office อยู่ถัดจาก Futa Bus มาประมาณ 3-4 ห้องแถวค่ะ เดินมาอีกไม่กี่ก้าวก็ถึง ภายใน Office ของ Sinh Tourist ป้ายสีฟ้าๆนะคะ เราก็จัดแจงซื้อตั๋วของวันรุ่งขึ้นไว้ก่อน เพื่อที่จะได้ไม่ไปยุ่งยากที่มุยเน่ค่ะ พนักงานก็แจ้งรายละเอียดชัดเจนว่า ต้องมารอที่ตรงไหนๆ เรียบร้อยแล้วแล้ว เราก็เดินมาหาที่กินข้าวเติมพลังกันค่ะ ดูนาฬิกา เป็นประมาณเกือบๆ 11 โมง เดินหาร้านกันจนมาเจอร้านเฝอร้านนึงอยู่ตรงหัวมุมถนน ไม่ไกลจากที่ซื้อตั๋วรถบัสเมื่อกี้ เป็นร้านดูดีพอสมควร เห็นคนกินเยอะเลยตัดสินใจเลือกร้านนี้ค่ะ ด้วยความที่ตั้งใจจะมากินเฝออยู่แล้วด้วย เราเลยสั่ง เฝอเนื้อรวมค่ะ อร่อยมากกกกกกก!! อิ่มแล้วจ่ายตัง 2 คน เฝอ 2 ถ้วย+ โค้ก+น้ำแข็ง 178,000 VND ค่าเฝอ 1 ถ้วย 79,000 VND เป็นเงินไทยประมาณถ้วยละ 100 บาท ค่ะ ราคาอาจจะสูงซักนิด แต่ปริมาณเยอะมาก ผู้หญิงตัวเล็กๆอย่างเรา กินไม่หมดค่ะ ฮ่าๆ ที่จริงราคาถูกกว่านี้ก็มีนะคะ แต่เราสั่งเนื้อรวม ราคาก็จะสูงขึ้น แต่อร่อย เราก็ไม่มีปัญหาค่ะ คิคิ หลังจากกินเสร็จคำนวนเวลาแล้วเหลือเวลาประมาณ 2 ชม. ค่ะ ตัดสินใจเดินกันไปเรื่อยๆ แบกกระเป๋ากันจน คนมาด้วยเริ่มบ่นละจ้าาาา “ไปรษณีย์กลางโฮจิมินห์” ตรงข้ามกับไปรษณีย์ จะเป็นโบสถ์นอร์ทเธอดาม ที่นักท่องเที่ยวนิยมไปเที่ยวและถ่ายรูป แต่วันที่เราไป เขากำลังปรับปรุง โครงเหล็กรอบโบสถ์เลย ถ่ายรูปออกมาไม่ค่อยสวย เดินๆไปเรื่อยๆ ไปกันได้ไม่กี่ที่ก็ถึงเวลากลับไปที่ Futa Bus เพื่อเตรียมตัวขึ้นรถไปมุยเน่เวลาบ่าย 2 โมงตรงค่ะ รถบัสมีที่นั่ง 2 ชั้นค่ะ เป็น Sleeping Bus ที่นั่งมี 3 แถว เราได้ชั้นล่างค่ะ สภาพก็จะเป็นแบบนี้ค่ะ นอนไปยาวๆ 5 ชม. (ข้างบนเราสองคนมีฝรั่งตัวยักษ์นอนอยู่ ในใจก็คิดว่าเบาะมันจะแข็งแรงมั้ยน้า ถ้าที่นั่งมันพังลงมาเราต้องกระดูกหักแน่ๆ 5555) เอ้อ อีกอย่างค่ะ เรามารอที่ Office ของ Futa Bus เขาจะมีรถมารับเป็นบัสเล็กๆ แล้วพาเราไปขึ้น Sleeping Bus ตรงแถวๆชานเมืองอีกทีค่ะ มาถึงมุยเน่ประมาณ 6 โมงครึ่ง ฟ้ามืดแล้วค่ะ รถจะมาส่งเราทุกคนที่หน้าโรงแรมเลยค่ะ หรือไม่ก็หน้าปากทางเข้าโรงแรม เนื่องจากที่พักของนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ก็จะอยู่ตรงถนนเส้นหลัก ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวค่ะ ถนนจะยาว แล้วก็สองฝั่งข้างทางเรียบหาดก็จะมีร้านค้าและที่พักเรียงรายเยอะแยะไปหมดเลยค่ะ เราเลือกพักที่ Muine Sport Hotel ค่ะ จองและจ่ายเงินเรียบร้อยแล้วผ่าน Traveloka ราคา 720 บาท แต่ลืมถ่ายรูปห้องมาให้ดูค่ะ พนักงานพูดภาษาอังกฤษได้ดีทีเดียวค่ะ หลักจาก Check in เข้าที่พักเรียบร้อยแล้ว เราก็เดินออกมาปากซอยโรงแรม โบกแท็กซี่ เพื่อไปที่ร้านอาหาร 187 Mui Ne 888 ค่ะ ระยะทางจาก รร. ไม่ไกล ประมาณ 1 กม. ค่ะ เราได้ร้านนี้มาจากเพื่อนที่มาเที่ยวก่อนหน้านี้ แล้วเพื่อบอกว่าร้านนี้ราคาไม่แพง อาหารทะเลอร่อยและสดด้วยค่ะ ซึ่งไม่ผิดหวังจริงๆ ลำบากอยู่แค่ตอนสั่งและเลือกอาหาร ซึ่งต้องไปเลือกกุ้งหอยปูปลา ที่เราต้องการจะกิน และบอกพนักงานว่าจะให้ทำยังไง เราก็มั่วกันค่ะ เอ้อ!! จะทำอะไรก็ทำมาเลยพี่ หนูกินได้หมด 5555 สั่งไป 4 อย่าง กิน 2 คน เกือบไม่หมด แต่หมด เพราะเสียดาย ฮ่าๆ ปล. ผู้หญิงตัวเล็กๆค่ะปลาหมึกสดมากกกกกก ปูก็อร่อยค่ะ ทั้งหมดนี้ 524,500 VND ค่ะ เป็นเงินไทยก็ประมาณ 720 บาทค่ะ ลืมเล่าไปค่ะว่าเจ้าของร้านถามเราสองคนว่า ทำไมถึงรู้จักร้านนี้ เพราะเค้าบอกว่าเซอร์ไพรส์ที่นักท่องเที่ยวนั่งแท็กซี่มาลงหน้าร้านเลยค่ะ ปกติไม่ค่อยมี เราก็บอกไปว่า เพื่อนแนะนำมาจ้า กินเสร็จนั่งแท็กซี่กลับโรงแรม ขอเล่าต่อนะคะ ระหว่างอาบน้ำ ถูสบู่ไปมา ก็สัมผัสได้ว่าผิวหนังมันไม่ปกติ เอ๊ะ! อะไรน้า ก้มลงมามองช่วงหน้าอกลงไปถึงลำตัว แม่เจ้า!!!!!! ผื่นนนนน !! ตกใจมากจ้าาาา รีบอาบน้ำ ไปด้วยพิจารณาตัวเองไปด้วยว่าฉันยังหายใจปกติใช่มั้ย ฮืออออ ออกมาจากห้องน้ำ รีบกินยาแก้แพ้ที่เตรียมมา (บอกแล้วว่าเตรียมพร้อม555) ซักชั่วโมงผ่านไป ผื่นเริ่มจาง เฮ้ออออ โล่ง บอกกับตัวเองตลอด เราต้องไม่มาเป็นอะไรที่นี่นะ ไม่งั้นยุ่งแน่ๆ และแล้วก็หายค่ะ จริงๆแล้วเราก็แพ้อาหารทะเลบ้าง ส่วนใหญ่จะเป็นกุ้ง แต่มันก็มีที่บางครั้งกินแล้วก็ไม่แพ้ บางครั้งแพ้ เลยไม่รู้ว่าตกลงเราแพ้อะไรยังไง แต่ก็ไม่เคยแพ้แบบรุนแรงนะคะ ครั้งนี้รอดไปได้ค่ะ แฮ่ๆ – Day 2 – วันที่สอง ขอเล่ารายละเอียดทัวร์นิดนึงนะคะ เราจองกับไกด์ทัวร์เวียดนามผ่านเฟสบุ๊คชื่อ “เที่ยวเวียดนาม ดาลัด มุยเน่” เป็นไกด์เวียดนามที่พูดไทยได้พิมพ์ไทยได้นิดหน่อย เราคุยผ่านเฟสบุ๊ค แล้วก็นัดรถนัดวัน แจ้งรายละเอียดทุกอย่างผ่านเฟสบุ๊คค่ะ ค่าทัวร์ half day แบบ private ราคา 900,000 VND ระยะเวลาทัวร์ประมาณ 4 ชม. รวมค่าขึ้นทะเลทรายขาวแล้วค่ะ ฟังดูเหมือนจะแพง ซึ่งจริงๆแล้ว หลายๆคนที่มาทัวร์มุยเน่ มักจะคิดว่า Jeep ที่เราจองมา ซื้อมากับบริษัทต่างๆ ที่ราคาถูกกว่านี้จะรวมหมดทุกอย่าง ซึ่งส่วนใหญ่ไม่เป็นอย่างงั้นค่ะ เขาจะพาเราไปถึงแค่ทางเข้าทะเลทรายขาวเท่านั้น แล้วเราต้องจ่ายเงินค่ารถที่พาขึ้นทะเลทรายขาวอีกครั้งนึง แล้วแต่จะเลือกว่าจะเอา Jeep หรือ ATV ซึ่งไม่ถูกนะคะ ราคาพอสมควรเลย แล้วแต่จะต่อราคากันเก่งหรือไม่ พอรวมๆเงินที่ต้องจ่าย 2 ครั้ง (half day tour+ค่ารถพาขึ้นทะเลทราย) ก็พอๆกันค่ะ แต่ถ้าไปหลายคนตัวหารคุ้มก็อาจจะดีกว่าก็ได้ แต่เราไม่ชอบการที่จะต้องไปเสียเวลาต่อราคา รู้สึกยุ่งยาก เลยซื้อแบบนี้ ซึ่งไกด์บอกมาแล้วว่ารวมขึ้นทะเลทรายขาว เราก็โอเคค่ะ มีนัดกับคนขับ Jeep ตี 4 ครึ่ง ….. เช้ามว๊ากกกกกก! เราอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ ก็เดินมารอรถหน้าโรงแรม ซึ่งมืดมาก ตอนเดินออกมารอก็เจอนักท่องเที่ยวที่มายืนรอไปเหมือนเราด้วยค่ะ ระหว่างนั้นก็เปิดรูปดูค่ะ ไกด์ได้ส่งรูปรถมาว่าเป็นรถสีอะไร แบบไหน ซักพักนึงรถของเราก็เข้ามาค่ะ เย่!!! ไปกันเลยค่ะพี่ พี่คนขับ jeep ของเรา พูดไทยไม่ได้นะคะ คนละคนกับที่คุยในเฟสบุ๊ค เหมือนเป็นเครือข่ายกันค่ะ แต่พูดภาษาอังกฤษได้บ้าง เวลาขึ้นต้นประโยค พี่แกจะพูดว่า you are…. ทุกครั้งค่ะ ฮ่าๆ โดยจุดหมายแรกของทัวร์เรา คือ Whit Sand Dunes หรือ ทะเลทรายขาว ไปถึงกันตั้งแต่พระอาทิตย์ยังไม่ขึ้นค่ะ ระหว่างทางก็มืดมากกกกกก ลมก็พัดผมกระจายค่ะ 555555 เรามีเวลาอยู่กันที่นี่ประมาณ 1 ชม. ครึ่ง โดยพี่คนขับจะพาเราไปตรงริมทะเลสาบด้วยค่ะบนทะเลทราย เดินยากมากค่ะ ไม่กี่ก้าวก็เหนื่อยแล้ว ฮ่าๆๆ คนไม่ออกกำลังกายอย่างเราก็จะขี้เหนื่อย จุดหมายต่อไป เป็นที่ที่ 2 ค่ะ Red Sand Dunes หรือ ทะเลทรายแดง ที่นี่เขาจะจอดรถให้เราริมถนนเลยค่ะ แล้วเราก็จะเดินเข้าไปได้เลย ทะเลทรายแดงจะอยู่ริมถนนเลยค่ะ บอกก่อนว่าทะเลทรายแดงจะพื้นที่เล็กกว่าทะเลทรายขาวนะคะ ทะเลทรายขาวกว้างใหญ่กว่า ส่วนตัวเราว่าทะเลทรายขาวสวยกว่ามากค่ะ ส่วนทะเลทรายแดงสีทรายจะแดงๆเข้มๆกว่าค่ะ ไม่ค่อยมีเนินทรายสูงมาก เสร็จเรียบร้อยกับทะเลทรายทั้ง 2 ที่ เราก็ขึ้นรถไปต่อกันที่ที่ 3 Fishing Village หรือ หมู่บ้านชาวประมง ระหว่างทางค่ะ วิวใช้ได้ค่ะ มาถึงกันแล้ววววว หมู่บ้านชาวประมง จะให้พูดง่ายๆ มันคล้ายๆตลาดปลาที่ชาวประมงหาปลากันมาได้ ก็เอามาขายกันที่นี่ สดๆแบบเพิ่งขึ้นจากเรือเลยค่ะ เรามีเวลาที่นี่ประมาณ 30 นาทีค่ะ เสร็จจากหมู่บ้านชาวประมง เราก็ไปต่อกันที่สุดท้ายนะคะ นั่นก็คือ Fairy Stream เอาจริงๆตอนแรกไม่ค่อยอยากไปที่นี่ค่ะ เหมือนจะไม่ค่อยมีอะไร เป็นเหมือนลำคลองตื้นๆ แต่พอไปถึงที่นั้นก็ …. ไม่มีอะไรจริงๆค่ะ 555 มีค่าเข้านะคะ คนละ 15,000 VND ทางเดินค่ะ ต้องถอดรองเท้านะคะ ถอดวางไว้ก่อนลงค่ะ สองข้างทางเป็นเหมือนเขาหินปูนเล็กๆ รกๆนิดนึง แต่ที่นี่เหมือนแหล่งท่องเที่ยวชุมชนก็ว่าได้ค่ะ สองข้างทางก็จะมีพ่อค้าแม่ค้าที่บ้านอยู่บริเวณนี้ มาขายน้ำขายขนมนักท่องเที่ยวค่ะ จบไปแล้วจ้า ทัวร์มุยเน่ครึ่งวัน จบทัวร์แล้วก็จ่ายเงินสดให้กับคนขับ jeep ค่ะ เขามาส่งเราถึงโรงแรมประมาณ เกือบๆ 9 โมงค่ะ หลังจากนั้นก็อาบน้ำล้างทราย แต่งตัว นอนพักซักแปป แล้วก็มาออกมาที่ออฟฟิศย่อยของ The Sinh Tourist ค่ะ นั่งแท็กซี่มาจากโรงแรมก็ไม่ไกลค่ะ 1 กม. กว่าๆ มาถึงก็จัดการขึ้นตั๋วจากที่จองไว้ที่โฮจิมินห์ค่ะ ลืมบอกไปว่า ค่ารถบัสจาก มุยเน่ไปดาลัด ราคาคนละ 99,000 VND ค่ะ เป็นเงินไทยประมาณ 135 บาทค่ะ รถเป็นแบบบัสนั่งนะคะ ไม่ใช่ sleeping bus ค่ะ รถออกเวลา 12.30 น. ค่ะ เรามาถึงที่ขึ้นรถ ก่อนเวลารถออก 1 ชม. ได้ค่ะ หลังจากขึ้นตั๋วแล้ว ก็มาหาข้าวมื้อแรกหลังจากกลับจากทัวร์กินกันค่ะ ตอนนั้นหิวมากกกกก เห็นร้านข้าวอยู่ตรงข้ามฝั่งถนน เลยลองดูค่ะ เลือกข้าวผัดค่ะ เป็นข้าวผัดทะเล หน้าตาดูดีใช่มั้ยคะ แต่ แต่…… รสชาตินั้น จืดมากกกกกกกกกกก ต้องหยิบซอสคล้ายๆแม๊กกี้ที่มีให้บนโต๊ะ มาเหยาะเพิ่มเยอะมากกกกก ถึงจะมีรสชาติขึ้นมานิด แฮ่ๆ ไม่อร่อยค่ะ ข้าวแข็งด้วย จานนี้ไม่ผ่านจ้า พอเสร็จจากกินข้าว เราก็ข้ามฝั่งมาขึ้นรถค่ะ ณ ตอนนั้นคือเพลียมาก คนมาด้วยก็เพลียสุดๆเช่นกัน เนื่องจากตื่นเช้ามาก แล้วการเที่ยวทะเลทรายคือเหนื่อยใช่เล่นค่ะ เติมพลังด้วยเป๊ปซี่ก่อนขึ้นรถ ใช้เวลาเดินทางจากมุยเน่ไปดาลัดประมาณ 5 ชั่วโมงค่ะ ระหว่างทางมีแวะพักรถ 1 ครั้งค่ะ ประมาณ 15 นาที เข้าห้องน้ำ แล้วก็หาน้ำหาท่ากิน บางคนก็กินมาม่าค่ะ เส้นทางค่อนข้างชนบท ทางไม่ค่อยดีค่ะ ขรุขระมากอยู่พอสมควร แต่พอเริ่มเข้าเขตดาลัด ทางเริ่มดีขึ้นค่ะ ประมาณ 5 โมงกว่าๆ เราก็มาถึงดาลัดกันค่ะ ตอนเข้าเขตดาลัด เราก็เริ่มเห็นคนที่นี่ใส่เสื้อกันหนาว ซึ่งเป็นแบบหนาๆมากๆค่ะ เราก็เริ่มหวั่นใจแล้ว ด้วยความที่อยู่ในรถเลยไม่รู้ว่าอากาศข้างนอกเป็นยังไง หนาวแค่ไหน ทำการบ้านมาอยู่นะคะ ว่าดาลัดอากาศหนาวตลอดปี เราก็คิดว่า เอาวะ! มันไม่หนาวมากหรอกน่า เลยเอาเสื้อแจ็กเก็ตมาแค่คนละตัวค่ะ พอลงรถปั๊บ เห้ย ! โอเคเลยยยยย ไม่หนาวมาก เรารอดแล้ว 555 (ตอนเย็นๆประมาณ 17 องศาค่ะ กำลังสบายๆ แต่ดึกๆจะหนาวขึ้น) หลังจากลงรถ เราก็ขึ้นแท็กซี่ไปโรงแรมค่ะ อยู่ไม่ไกลมาก อยู่ระแวกเดียวกับตลาดไนท์มาเก็ตเลยค่ะ เราพักกันที่ Pi Hostel ค่ะ จองผ่านเว็บ booking.com ค่ะ ที่นี่มีทั้งห้อง private และแบบห้องรวมค่ะ เราพักห้อง private ค่ะ ได้ราคา 1 คืน ประมาณ 790 บาท จ่ายให้ที่พักเป็นดอลล่า 24 USD ค่ะ บอกเลยว่าห้องพักน่ารัก และกว้างมาก ห้องน้ำกระจกใส่แจ๋วเลยค่ะ 555 แต่มีม่านอยู่ค่ะ ไม่ต้องกังวล และขึ้นชื่อว่าดาลัด ที่พักเกือบทุกที ไม่มีแอร์นะคะ เพราะหนาวเย็นมากอยู่แล้ว แต่มีพัดลมให้ 1 ตัวจ้า เข้าห้องพักเก็บของเสร็จแล้ว เราก็เดินกันออกมาเที่ยว Dalat Night Market ค่ะ อยู่ใกล้ๆ อากาศเย็นสบายเดินๆไปเรื่อยๆ แป๊ปเดียวก็ถึงค่า จุดมุ่งหมายของเราคือ หาอะไรกินค่ะ เริ่มหิวแล้ววววว พิซซ่าเวียดนาม อร่อยมาก แผ่นละประมาณ 25 บาทอาหารสำหรับคืนนี้ค่ะ อร่อยทุกอย่าง แฮปปี้สุดๆ อิอิ บรรยากาศก็จะประมาณนี้ และ…. คนไทยเยอะมาก เจอตลอด หลังจากเดินเล่นหาอะไรกินเสร็จแล้ว เราก็เดินกลับกันค่ะ ความพีคอยู่ที่ระหว่างทางเดินกลับนี่ละค่ะ เราให้ Google map นำทางอีกละค่ะ เพราะว่าจำทางกลับไม่ได้ ความพีคคืออะไรนั้น คือมันพาไปทางลัดค่ะ!!! ลัดยังไงรู้มั๊ย มันพาไปทางที่เป็นบ้านร้าง แล้วมีเหมือนศาลอะไรไม่รู้ค่ะ โว้ยยยยยยย!! Google map เล่นกูละจ้า 1 ดอก 55555+ ณ ตอนนั้น ร้องเพลงนี้ในใจเลย ….กลับตัวก็ไม่ได้ ให้เดินต่อไปก็ไปไม่ถึง …. ฮรือออออ แม่จ้า เราเลยถามคนข้างๆว่า เธอๆ เราจะไปทางนี้จริงๆ ใช่มั้ย พร้อมกับมอง map ซึ่งอีกนิดเดียวจะถึงละนะ ในใจก็หวั่น คนข้างๆ ก็หวั่นแต่ไม่พูดค่ะ ทำใจแข็ง เดินค่ะ เดินจ้ำๆๆๆ ไม่มองอะไร และแล้วเราก็โผล่ออกมาหน้าโฮสเทลพอดีค่ะ ฮือออ ขอบคุณๆๆๆ ขอบคุณอะไรไม่รู้ …. จำเอาไว้ หลังจากนั้นจะได้ระมัดระวังเด้อ – Day 3 – วันที่สาม เราไม่ได้แพลนเที่ยวดาลัดจริงๆจังๆ แต่ที่แน่ๆคือ เราสองคนจะเช่ามอเตอร์ไซค์ขี่กันค่ะ แล้วอยากไปไหนก็ขี่ไปกัน เราเช่ามอเตอร์กันในราคา 180 บาทค่ะ 1 วัน เป็นมอเตอร์ไซค์ของโฮสเทลที่เราพักค่ะ ราคาเลยไม่แพงมาก เราแพลนกันคร่าวๆ ว่าอยากไปสวนดอกไฮเดรนเยีย ไปจัตุรัสกลางเมืองที่อยู่ริมทะเลสาบ ไปร้านกาแฟน่ารักๆ ชิวๆกันค่ะวันนี้ ด้วยความที่อากาศเย็นสบาย แค่ขี่มอเตอร์ไซค์เวียนไปมาในเมือง ก็ฟินละจ้า บรรยากาศโคตรดี!!! บ้านเมืองน่ารัก ชอบมากกกก! แต่สำหรับคนที่ขี่มอเตอร์ไซค์ไม่เก่ง ก็ค่อนข้างยากนะคะ เพราะไหนจะเลนสลับกันกับที่เมืองไทย ก็สับสนมากแล้ว รถขี่กันไม่ค่อยเป็นระเบียบค่ะ และนั่นแหละค่ะ….บีบแตรตลอดเวลา บีบกันเป็นว่าเล่น มีเหตุผลให้บีบเยอะมากค่ะ 5555 ที่แรกที่เราไปกันคือ Garden Hydrangea หรือ สวนดอกไฮเดรนเยีย นั่นเอง จริงๆระหว่างทางมาเราได้เห็นเจ้าดอกนี้ขึ้นเรียงรายตามหน้าบ้านคนที่เราขี่ผ่านมาเยอะเลยค่ะ เราขี่มากันเรื่อยๆ ก็ไกลพอสมควรเลยค่ะ ดูจาก Google map ก็ประมาณ 10 ก.ม. นิดๆ และครั้งนี้แหละค่ะ เราได้โดนเจ้า Google map เล่นงานเราเป็นดอกที่สอง!!! ฮือออออออ ทำไมมรึงต้องเลือกทางลัดให้กู!!!!!!!!!!! 5555 รอบนี้ขี่กันขึ้นเนินสูงชันมากค่ะ คนที่มาด้วยเป็นคนขี่ และเธอก็กล้าจ้า!!! นับถือจริงๆ ขึ้นไปแล้วเป็นหลังบ้านคน ก็ต้องลงสิ ไอตอนลงนี่และ ภาวนา อย่าคว่ำเด้ออย่าคว่ำ เฮ้ออออ แล้วก็รอดมาได้ ขอบคุณๆ รอบนี้ขอบคุณในสกิลขี่มอเตอร์ไซค์ของเธอเลย ฮ่าาาาา ที่ที่ 2 คือ จตุรัส จำชื่อไม่ได้ แต่มันอยู่ริมทะเลสาบกลางเมืองเลยค่ะ ที่นี่เหมือนเป็นที่ที่คนชอบมาเดินเล่น รับบรรยากาศสบายๆ สถานที่กว้างค่ะ เด็กๆก็ชอบมาวิ่งเล่น มีพ่อค้าแม่ค้ามาเดินขายของให้นักท่องเที่ยว แล้วก็อาคารที่เป็นโดมดอกไม้ 2 โดมค่ะ อีกโดมจะเป็นร้านกาแฟอยู่ด้านในด้วยค่ะ เริ่มหิวนิดหน่อย ไปกันที่ร้านขนมปังบันหมี่เจ้าดังของดาลัด ถูกต้องค่ะ … ก็คือร้านที่มีผนังเหลืองๆ ที่นักท่องเที่ยวชอบไปถ่ายรูปกันนั่นแหละค่ะ แต่เราสองคนไม่ได้ถ่ายค่ะ เพราะคนรอถ่ายกันเยอะมาก เอ้อ! อยากบอกว่าร้านนี้มีสาขาเยอะนะคะ แต่ร้านที่คนชอบไปถ่ายรูปเพราะมีผนังร้านเหลืองๆนี่ มีอยู่สาขาเดียวค่ะ ต้องหาให้เจอนะคะ หาไม่ยาก อยู่ในระแวกตลาดเลย แต่เราก็หากันวนหลายรอบเลย เพราะเวลาเปิด Google map เราก็ไม่รู้ว่าสาขานั้นมันคืออันไหนที่ขึ้นใน Google map ค่ะ แง่ๆ อีกอย่าง ขนมปังอร่อยมากกกก ราคาไม่แพง อยากจะกลับไปซื้อมากินอีก หลังจากเสร็จจากที่นี่ เราก็ไปต่อกันที่ Up Cafe ที่นี่เราทำการบ้านกันมาก่อนนะคะ ว่าเราจะมาที่นี่เพราะวิวสวย มองเห็นอาคารบ้านเรือนน่ารักๆ และโยเกิร์ตที่นี่อร่อยด้วยค่ะ ตัวคาเฟ่อยู่ไม่ไกลจากเมืองค่ะ ขี่ออกมานิดหน่อย อยู่ริมถนนเลยจ้า โยเกิร์ตอร่อยมาก ตามรูปเลยค่ะ ราคาไม่แพงด้วย วิวสวยสุดๆ ถ่ายออกมาก็จะเป็นแบบนี้ ให้อารมณ์ต่างประเทศหน่อย ฮ่าาา จริงๆ เราไปสถานีรถไฟดาลัดด้วยนะคะ เป็นสถานีรถไฟเล็กๆ น่ารักๆ ไม่มีรูปสวยๆมาให้ชมเลยค่ะ หิวอีกแล้วเลยมาลองกินบาร์บีคิวตรงตลาด ไม้ละประมาณ 10 บาทค่ะ มีที่นั่งให้ด้วยนะ นั่งกันข้างทาง ได้อารมณ์ดีค่ะ กินเสร็จเราก็กลับโฮสเทลกันค่ะ เพราะว่าเหนื่อยๆกันแล้ว ให้โฮสเทลช่วยเรียกแท็กซี่ไปสนามบินให้ค่ะ นั่งรอซักพักแท็กซี่ก็มา ใช้เวลาประมาณ 30 นาทีก็ถึงสนามบินดาลัดค่ะ ระยะทางก็หลายกิโลอยู่ค่ะ ออกมานอกเมืองหน่อย สำหรับค่าแท้กซี่เราได้ราคาเหมา 250,000 VND ค่ะ ซึ่งเราพอใจมากเพราะ มิเตอร์ที่แท็กซี่กดมาด้วยนั้น พอมาถึงจุดหมายราคาตามมิเตอร์เกินราคาเหมามานิดหน่อย แต่เราไม่ต้องจ่ายแล้วนะคะ เพราะจ่ายเหมาไปแล้วที่โฮสเทลค่ะ เราบินจากดาลัดมาโฮจิมินห์ด้วยสายการบิน Vietnam Airline ไฟล์ทบินประมาณ 21.00 น. ค่ะ ให้บริการด้วย Vasco นะคะ เหมือนเป็นบริษัทลูกของ Vietnam Airline ค่ะ เครื่องบินจะเป็นลำเล็กใบพัด เหมือนนกแอร์บินไปเมืองเลยบ้านเราค่ะ ประมาณ 4 ทุ่ม เราก็มาโฮจิมินห์ค่ะ ลงเครื่อง แล้วเราก็รีบออกมาขึ้นรถเมล์สาย 109 เข้าเมืองเหมือนเดิมค่ะ รถเมล์สายนี้จะหมดเวลา 23.00 น. นะคะ สะดวกมาก นั่งมาลงฟามงูเหลาอีกเช่นเคย เพราะเราจองที่พักไว้แถวนั้นค่ะ แถวๆที่เราพัก เรียกได้ว่าเป็นย่านถนนข้าวสารของโฮจิมินห์เลยก็ว่าได้ค่ะ ถนนทั้งสายเป็นร้านเหล้า เราใช้เวลาเดินเล่นเพื่อดูแสงสีกันไม่เกินชั่วโมง ก็ขอบายค่ะ เนื่องจากไม่ใช่แนว 55555 กลับมาที่พักเร็วจนพนักงานโรงแรมบอกเราว่า คุณไม่เหมือนนักเที่ยวคนอื่นๆเลย กลับมากันเร็วมาก เราก็ได้แต่ตอบกลับปนขำๆไปว่า อ๋อ…ฉันไปแค่แฟมิลี่มาร์ทนี่เอง 55555 จบแล้วค่ะ สำหรับรีวิวทริปเวียดนามใต้ของเราสองคน วันรุ่งขึ้นเราก็กลับกัน 9.50 น. ถึงกรุงเทพโดยสวัสดิภาพ ราบรื่น ไม่โดนหลอกไม่โดนโกง ไม่มีอะไรสูญหาย มือถือโหลดแอพแปลงเงินไว้นะคะ เครื่องคิดเลขเอามาคิดให้ชินมือไว้ค่ะ วางแผนกันดีดี แล้วคุณจะเที่ยวอย่างมีความสุข ขอบคุณที่อ่านกันจ้า ^____^