นึกอยากจะไปกางเต้นท์นอนที่เขาใหญ่

ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย เดี๋ยวร้อนเดี๋ยวหนาว เลยเกิดอาการลังเลว่าจะไปทะเล หรือเข้าป่า แต่แล้วก็ตัดสินใจได้ว่า เข้าป่าดีกว่าเนอะ จุดหมายปลายทางของเราอยู่ที่ ” เขาใหญ่ ” ; ป่ะ .. เก็บกระเป๋าไปเที่ยวกัน !! นี่เป็นการเขียนรีวิวครั้งแรกของเรา ถ้ามีจุดไหนที่เขียนแล้วไม่เข้าใจก็ขออภัยด้วยนะคะ ,, ทริปนี้เป็นการตัดสินใจแบบสายฟ้าแลบของเราเอง เพราะวันจันทร์เปิดเทอม แต่ดันอยากเที่ยว ตัดสินใจได้วันศุกร์ ออกเดินทางวันเสาร์ตอนเช้าเลยจ้า เป็นการเดินทางแบบไม่มีรถส่วนตัวนะจ๊ะ ,, ระยะเวลา 2 วัน 1 คืน เราเลือกเดินทางโดยการนั่งรถไฟ ชิลๆ กินลมชมวิว .. ไปค่ะ ! ปล.พกกล้องใหญ่ไปแต่ไม่ได้ใช้ รูปที่แนบมาใช้กล้อง iPhone7Plus + แอป HUJI ) เริ่มต้นการเดินทาง 1. ขึ้นรถไฟ | กรุงเทพ – ปากช่อง ขบวนที่ 135 รถเร็ว ; ออกจากกรุงเทพ เวลา 06:40 น. ถึงปากช่องเวลา 10:52 น. ราคาตั๋วก็จะอยู่ที่คนละ 86 บาทค่ะ 2. ต่อรถสองแถว เมื่อถึงสถานีรถไฟปากช่องเป็นที่เรียบร้อย ให้เดินออกมาที่หน้าสถานี จะมีรถแบบเหมาจ่าย ถ้าไปกันเยอะก็น่าจะคุ้ม แต่เรามา 3 คน ก็บ๊ายบายจ้า ; จากนั้นเลี้ยวซ้าย เดินตรงไปเรื่อยๆ จะเจอร้านข้าวหมูแดงสุพรรณ จะเที่ยงแล้วโนะ แวะกินข้าวแปป >< จากนั้นให้เดินเข้าไปในซอยข้างร้านข้าวหมูแดง ตรงไปเรื่อยๆ จะเจอถนนใหญ่ ที่หัวมุมถนนฝั่งซ้ายจะเป็นร้านขายรถมอเตอร์ไซค์ ฝั่งขวาจะเป็นร้านขายผลไม้ ให้เราข้ามไปฝั่งหัวมุมรถมอเตอร์ไซค์แล้วเดินตรงไปเรื่อยๆ จะเจอเซเว่น เลยเซเว่นไปนิดจะเห็นรถตู้จอดอยู่ และมีรถสองแถวสีฟ้าคันใหญ่จอดอยู่ข้างๆรถตู้ นั่นแหละค่ะ รถที่เราจะขึ้นกัน ซึ่งค่ารถจะอยู่ที่คนละ 30 บาทค่ะ จะลงตรงไหนก็กดกริ่ง หรือบอกคนขับก่อนก็ได้ค่ะว่าเราจะไปลงที่หน้าด่าน ( ระหว่างทาง .. เนื่องจากเป็นวันเด็กพอดีเลยได้ไอติมฟรีมากิน งื้อ ชื่นใจ ~ ) สวัสดีเขาใหญ่ เรามาถึงแล้วววว แต่ !! ยังไม่ถึงจุดที่เราจะไปกางเต้นท์ 3. โบกรถขึ้นไปผากล้วยไม้ ตอนแรกที่เรามาถึงก็ไปยืนเอ๋อๆที่หน้าด่านสักพัก เจ้าหน้าที่หันมาถามว่าจะไปที่ไหน เราก็บอกจะไปจุดกางเต้นท์ผากล้วยไม้ค่ะ เจ้าหน้าที่เลยหารถนักท่องเที่ยวที่จะขึ้นไป แล้วฝากเราไปด้วย , วันที่เราไปไม่เสียค่าเข้าที่หน้าด่านนะ แต่เหมือนว่าปกติจะเสียคนละ 40 บาท เมื่อได้รถแล้วก็ Let’s go ! โบกรถขึ้นมาคันแรก เขาไปจอดที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ; อ่าว! ซวยแล้ว ถึงคราวต้องโบกรถไปต่อเอง จากนั้นก็ ฮึบ ใช้ความกล้าที่มียื่นแขนออกไปค่ะ โบกหยอยๆ ก็ได้มาเจอกับคุณลุงคุณป้าผู้ใจดี ไปส่งเราที่ผากล้วยไม้ เย้ ; เส้นทางขึ้นเขาใหญ่ จะเจอสัตว์ป่าก็อย่าส่งเสียงดังกันไปนะคะ จะเป็นการรบกวนน้องๆ ระหว่างทางก็จะมีจุดชมวิวหลายแห่งให้แวะถ่ายรูป ส่วนเราก็อดไปตามระเบียบคนที่เกาะรถเขามา เลยทำได้แค่ถ่ายวิวตอนนั่งอยู่บนรถ T^T ถึงแล้วจ้า ผากล้วยไม้ จุดที่เราจะมากางเต้นท์นอนกัน 4. เช่าอุปกรณ์ | กางเต้นท์ ทางอุทยานจะมีจุดกางเต้นท์อยู่ 2 ฝั่งให้เราได้เลือกตามใจชอบ จ่ายค่าธรรมเนียม (ผู้ใหญ่คนละ 30 บาท) แล้วเอาเต้นท์ส่วนตัวไปกางได้ค่ะ หรือใครที่มาสายชิลแบบเราทางอุทยานก็มีจุดบริการให้เช่าอุปกรณ์ต่างๆ ในราคาที่ไม่แพงมาก เช่น เต้นท์( มี 2 แบบ แบบนอนได้ 2 คน กับแบบนอนได้ 3 คน ), ผ้านวม, เบาะรองนอน, เตาถ่าน, ตะแกรงเหล็กปิ้งย่าง เป็นต้น ข้างๆจุดบริการจะมีร้านค้าขายพวกขนม น้ำอัดลม น้ำแข็ง กาแฟ มาม่า ปลากระป๋อง แก้วน้ำ ช้อน ตะเกียบ แป้ง และอีกมากมาย จากนั้นก็หาทำเลดีๆในการกางเต้นท์ แต่เหมือนเราคิดผิด .. เพราะดันไปอยู่ท่ามกลางตัวท็อป ! มากันแบบครอบครัว, ชาวแก๊ง ของกินมาเต็ม บางคนนี่พกโอ่งมากันเลยทีเดียวเชียว ในขณะที่เรา กางเต้นท์เสร็จแกะถุงขนม นั่งมองต้นไม้ ( จะเศร้าไปไหน ) อ้อ ! แถวนั้นมีร้านอาหารตามสั่งด้วยนะ เรื่องนี้ที่อยากจะเตือนคือ เราได้ไปกินข้าวที่นั่นมา ด้วยความหิวเลยซื้อกะหรี่ปั๊บมากินก่อน แต่เพื่อนเราดันเจออันที่ขึ้นรา ก็เลยเอาไปคืน เขาก็ให้อันใหม่มา 2 อัน แล้วเราก็สั่งส้มตำ กับต้มยำไก่มา ยังไม่จบ ในต้มยำมีคนอร์แต่ไม่ได้มาแบบเป็นก้อนนะ มาทั้งกล่อง วันนั้นก็เลยได้กินต้มยำฟรีไป รู้สึกฝืดๆคอนิดๆ เพราะกินไปเยอะแล้ว แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก คนเรามันผิดพลาดกันได้ ไปสนุกกันต่อเถอะ ~ หลังจากที่ทนตัวท็อปทั้งหลายไม่ไหว เลยตัดสินใจสั่งหมูกระทะจากร้านอาหารตามสั่งร้านเดิมมากิน ในราคาชุดละ 400 บาทถ้วนจ้า ขณะนี้เวลา 21 นาฬิกา ; อากาศเริ่มเย็นลง และด้วยความที่เราเป็นคนขี้หนาวเลยทนไม่ไหว หนีเข้าไปนอนเลยจ้า จากคนที่นอนตี 3 ตี 4 มาวันนี้ นอนตั้งแต่ 3 ทุ่ม ฮ่าๆๆ ขณะนี้เวลา 2 นาฬิกา ; เราสะดุ้งตื่นขึ้นมา เพราะมันหนาวมาก! ยิ่งดึกอากาศก็ยิ่งเย็นลงไปอีก เลยออกมานั่งผิงไฟที่หน้าเต้นท์ จะให้นั่งเฉยๆมันก็ไม่ได้ถูกมะ .. ก็เลยจัดการเตรียมของต้มมาม่ากินเล๊ยย ย หนังท้องตึง หนังตาหย่อน อ่ะเข้าไปนอนต่อได้ สบายใจละ กะว่าจะตื่นมาดูพระอาทิตย์ขึ้นสักหน่อย แต่ทนความหนาวไม่ไหว เลยนอนยาวละกัน ; ตื่นมาก็เก็บข้าวของ เอาไปคืนที่จุดบริการ ( คืนก่อน 12.00 น. นะคะ ) หลังจากนั้นก็โบกรถค่ะ แต่ไม่มีใครจอด ฮัลโหลล น้องขอไปด้วย ~ สักพักก็มีครอบครัวใจดีเดินมาถามว่าจะไปไหน เขาก็ไปส่งเราที่ทางแยกปราจีนบุรี แล้วเราเดินต่อค่ะ ทำตัวหน้าสงสารเผื่อจะมีคนเห็นใจให้ไปด้วย เดินได้แปปเดียว ก็มีรถที่น่าจะเป็นรถของเจ้าหน้าที่ค่ะ เขามารับไปส่งที่หน้าด่าน รอดแล้ววว ><" จากนั้นก็รอรถสองแถวสีฟ้าที่หน้าด่าน ไปลงปากช่อง เดินกลับไปสถานีรถไฟ ; ขากลับเราไปลงที่บางซื่อค่ะ ขบวนที่ 136 รถเร็ว ; ออกจากปากช่อง เวลา 14:00 น. ถึงกรุงเทพเวลา 18:40 น. ราคาตั๋วก็จะถูกกว่าขามา 1 บาท จบไปแล้วกับทริปเขาใหญ่ ที่นั่นก็ดีเหมือนกันนะ ไปง่ายสบายเงินในกระเป๋า ; เนื่องจากเราไม่ได้เตรียมความพร้อมอะไรมามากมาย ทริปนี้เลยมีแค่ กิน กับ นอน และแนวทางในการเดินทาง ,, ครั้งหน้าเราจะพาไปที่ไหน เดี๋ยวมาดูกันนะคะ : ) #เขาใหญ่สายฟ้าแลบ

Share this post

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email