กะปิคลองโคน

กะปิคลองโคน

กะปิของที่ ต.คลองโคน นั้นขึ้นชื่อมากๆ เพราะมีจุดเด่นอยู่ที่ทำมาจาก “เคย” หรือสัตว์น้ำเค็มจำพวกกุ้งแต่ตัวเล็กจิ๋ว มองด้วยตาเปล่าแทบไม่เห็นตัว ซึ่งเคยของที่นี่มีขนาดเล็กกว่าที่อื่น จะเห็นก็เพียงแต่ตาสีดำๆ เท่านั้น จึงนิยมเรียกกันว่า “เคยตาดำ” เคยนี้สามารถนำมาทำกะปิได้อร่อยมากจนเป็นของฝากขึ้นชื่ออีกอย่างหนึ่งของที่นี่

หอยหลอด

หอยหลอด

“หอยหลอด” คือหอยทะเลสองฝา หน้าตาคล้ายหลอดกาแฟสีน้ำตาลอ่อนอมเหลือง ที่พบอยู่ในพื้นที่ของสมุทรสงครามเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในบริเวณ “ดอนหอยหลอด” ซึ่งเป็นสันดอนบริเวณปากแม่น้ำแม่กลอง

สำหรับเมนูเด็ดของย่านดอนหอยหลอดก็ที่ต้องห้ามพลาดก็คือ “หอยหลอดผัดฉ่า” ที่รับรองว่าร้านอาหารแถบนี้ต้องมีกันทุกร้าน เพราะวัตถุดิบหลักก็คือหอยหลอดนั้นได้มาสดๆ จากที่นี่ นำไปผัดคลุกเคล้ากับสมุนไพรต่างๆ ที่เป็นเครื่องผัดฉ่า ปรุงรสให้จัดจ้าน อร่อยถึงใจ

ปลาทูแม่กลอง

ปลาทูแม่กลอง

เริ่มแรกก็ต้องเป็น “ปลาทูแม่กลอง” ถือเป็นของดีประจำจังหวัดที่ได้รับการยกย่องให้เป็นสุดยอดแห่งปลาทูเมืองไทย ที่มีเอกลักษณ์ตรง “หน้างอ คอหัก” เพราะได้มีการหักคอปลาทูให้งอลง เพื่อความสะดวกในการใส่ลงเข่งให้ได้พอดี และเพื่อให้ดูสวยงาม ซึ่งเป็นปลาน้ำตื้น มีตัวอ้วนสั้น แบน เนื้อเยอะ เนื้อนุ่มแต่แน่น หวาน มัน หนังบาง

โดยได้มีการนำปลาทูมาประกอบอาหารหลากหลายเมนู อย่างเช่น ปลาทูต้มมะดัน, ปลาทูทอดกระเทียม, ปลาทูฉู่ฉี่ เป็นต้น แต่ถ้าเมนูปลาทูขึ้นชื่อจริงๆ ต้องเป็น “ปลาทูซาเตี๊ยะ” ลักษณะเป็นปลาทูต้มในน้ำขลุกขลิก รสออกหวานเค็มกลมกล่อม

วัดป่าชัยรังสี

วัดป่าชัยรังสี

วัดป่าชัยรังสี ตั้งอยู่ริมแม่น้ำท่าจีน ในพื้นที่ตำบลบ้านเกาะ อำเภอเมืองสมุทรสาคร ความโดดเด่นของวัดป่าชัยรังสีไม่เพียงอยู่ที่การผสมผสานทางด้านสถาปัตยกรรมที่หลากหลายแต่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวเท่านั้น หากบรรยากาศภายในวัดยังมีความร่มรื่น เหมาะสำหรับการปฏิบัติธรรมของผู้สนใจศึกษาพุทธศาสนาอย่างแท้จริง

          สำหรับสิ่งสำคัญภายในวัดนี้ที่พลาดไม่ได้เลยทีเดียว คือการได้สักการะ “พระพุทธทศพลญาณมหากรุณาสาคร” พระประธานที่ประดิษฐานอยู่ภายในพระอุโบสถ ซึ่งสร้างได้อย่างวิจิตรสวยงามตั้งแต่ประตูทางเข้า ที่สร้างเป็นรูปพญานาคหกเศียร พระอุโบสถหลังนี้มีสองชั้นมีหลังคาที่ลดหลั่นซ้อนกันมาสามชั้น ยอดจั่วประดับด้วยไม้กาแลอันเป็นสัญลักษณ์ของล้านนาแทนช่อฟ้า ใบระกาแตกต่างจากโบสถ์ทั่วไป

          ส่วนภายในโบสถ์นั้นผนังด้านหลังพระประธานประดับด้วยท่อนซุงที่แกะสลักเป็นต้นศรีมหาโพธิ์ แผ่กิ่งก้านใบปกคลุมองค์พระประธาน อันหมายถึงการตรัสรู้ ผนังด้านซ้ายเป็นไม้แกะสลักแสดงการประสูติและผนังด้านขวาบอกเล่าเรื่องราวของการปรินิพพาน

วัดนางสาว

วัดนางสาว

        วัดนางสาว ตำบลท่าไม้ อำเภอกระทุ่มแบน ความน่าสนใจของวัดนี้อยู่ที่พระอุโบสถที่มีลักษณะพิเศษ ซึ่งหาชมได้ยากมากแล้วในประเทศไทย โดยเป็นโบสถ์ที่มีฐานโค้งเป็นรูปเรือ สำเภาก่ออิฐ มีประตูเข้าออกเพียงประตูเดียวไม่มีหน้าต่างที่ ชาวบ้านเรียกกันว่า “โบสถ์มหาอุด” หลังคามุงกระเบื้องดินเผาแบบเก่า ขื่อด้านบนใช้ไม้ซุงทั้งต้น มีเสมาหินทรายคู่ขนาดเล็กเรียงรายอยู่โดยรอบ ซึ่งปัจจุบันพระอุโบสถมหาอุดนั้นหลงเหลืออยู่น้อยมาก ในประเทศไทยนับเป็นศาสนสถานโบราณที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์

วัดโกรกกราก

ไหว้พระ 9 วัด สมุทรสาคร ตระเวนไหว้พระขอพร เสริมสิริมงคล

      วัดโกรกกราก ตั้งอยู่ที่ถนนธรรมคุณากร ฝั่งมหาชัยในเขตเทศบาลนครสมุทรสาคร เป็นวัดที่อยู่ในโครงการ “อันซีน 3” ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ภูมิภาคภาคกลาง เพราะมีความแปลกที่ไม่เหมือนใครของวัดโกรกกรากแห่งนี้อยู่ที่พระประธานในโบสถ์ อันเป็นพระพุทธรูปศิลาแลงปางมารวิชัยศิลปะสมัยสุโขทัยตอนปลายที่ “สวมแว่นดำ”

          การสวมแว่นตาดำของพระพุทธรูปองค์นี้มีตำนานเล่าว่า ในสมัยก่อนที่การแพทย์ยังไม่เจริญนัก ได้เกิดโรคตาแดงระบาดไปทั่วบ้านโกรกกราก ชาวบ้านจึงได้พากันมาบนบานศาลกล่าวว่าถ้าตาหายแดงเมื่อไหร่จะนำแผ่นทองมาปิดที่ดวงตาขององค์พระศิลาแลง ปรากฏว่าชาวบ้านที่เป็นโรคตาแดงนั้นพากันหายจนเกือบหมดทั้งหมู่บ้าน จึงได้มีการนำแผ่นทองมาปิดที่ดวงตาของพระศิลาแลงเต็มไปหมด

          ต่อมาพระครูธรรมสาคร ญาณวฒโน หรือหลวงปู่กรับ หลังจากได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาสท่านได้หาอุบายเพื่อไม่ให้ญาติโยมปิดทองที่ตาองค์พระอีกต่อไป จึงได้นำแว่นดำมาใส่ให้พระศิลาแลง หลังจากนั้นเป็นต้นมาชาวบ้านเลยนำแว่นตามาถวายแทนการปิดทองที่ดวงตาพระพุทธรูปองค์นี้ไปโดยปริยาย และถือเป็นประเพณีปฏิบัติสืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

เส้นทางศึกษาธรรมชาติป่าชายเลนพันท้ายนรสิงห์

เส้นทางศึกษาธรรมชาติป่าชายเลนพันท้ายนรสิงห์

เส้นทางศึกษาธรรมชาติป่าชายเลนพันท้ายนรสิงห์  ตั้งอยู่ที่ตำบลพันท้ายนรสิงห์ อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร  เป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ทรัพยากรธรรมชาติชายฝั่งทะเล และเป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติของป่าชายเลน ตั้งอยู่บริเวณด้านหลังของศาลพันท้ายนรสิงห์ ใกล้กับคลองโคกขามเดิม ที่ซึ่งเกิดเหตุการณ์สำคัญของพันท้ายนรสิงห์ สมัยก่อนเป็นคลองที่คดเคี้ยวมากและน้ำไหลเชี่ยวยากแก่การเดินเรือ แต่ตอนนี้ดูสงบเงียบและร่มรื่นสามารถให้อาหารปลาได้ โดยในเส้นทางศึกษาธรรมชาติจะเป็นสะพานปูนที่ทอดยาวมีต้นโกงกางขี้นอยู่โดยรอบตลอดแนวชายคลอง โดยต้นโกงกางส่วนมากจะเป็นต้นโกงกางใบใหญ่ สามารถพบเห็นปลาตีนและปูเปรี้ยว ปลาหมอ ปลานิล ฯลฯ จุดเด่นอยู่ที่สะพานแขวนซึ่งสามารถเดินข้ามคลองข้ามไปอีกฝั่งหนึ่งได้ เส้นทางศึกษาธรรมชาตินี้ เหมาะแก่การเดินเพื่อพักผ่อนหย่อนใจเท่านั้นป่าชายเลนแห่งนี้ยังได้รับความสนใจจากสถานศึกษาต่าง ๆ เข้ามาปลูกป่าเพื่อการอนุรักษ์อย่างต่อเนื่อง และยังมีต้นกล้าจาก ต้นโกงกางทรงปลูกของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช อยู่บริเวณด้านหน้าทางเข้าอีกด้วย

การเดินทาง

จากกรุงเทพฯมายัง ศาลพันท้ายนรสิงห์ จะใช้เส้นทางถนนพระราม 2 มุ่งหน้าสู่จังหวัดสมุทรสาคร เมื่อถึงทางยกระดับให้ข้ามถนนกาญจนาภิเษก หรือวงแหวนอุตสาหกรรม ไปอีก 7 กิโลเมตรจะมีทางแยกซ้ายมือ ที่หน้าปากซอยจะมีวัดที่ชื่อเหมือนๆกันว่าวัดพันท้ายนรสิงห์ แต่จุดนี้ยังไม่ใช่นะคะ ศาลพันท้ายนรสิงห์ นั้นจะต้องเลี้ยวซ้ายเข้าไปตามถนนทางแยกซ้ายมืออีกประมาณ 9 กิโลเมตร ถ้ามาจากทางจังหวัดสมุทรสาครนั้น สามารถใช้ได้ทั้งเส้นทางถนนพระราม 2 และอีกเส้นทางคือใช้เส้นทางจากถนนเอกชัย เข้าถนนสายสหกรณ์-ศาลพันท้ายนรสิงห์ หมายเลข 3423 เป็นระยะทางประมาณ 15 กิโลเมตร ตั้งอยู่ทางด้านหลังของศาลพันท้ายนรสิงห์

สะพานสายรุ้ง ทะเลกาหลง

สะพานสายรุ้ง ทะเลกาหลง

        สะพานสายรุ้ง และสะพานชมวิวชายทะเลกาหลง  สีสันสดใส สะดุดตา ตัดกับท้องฟ้าสีฟ้าใส และวิวของชายทะเลแบบกว้างไกล นอกจากสะพานแดงจุดวิวปลาโลมาที่ดังไปก่อนหน้านั้นแล้ว  สะพานแห่งนี้เป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์คของสมุทรสาครที่กำลังมาแรง ที่เหล่าบรรดาขาถ่ายภาพไม่ควรพลาดมาถ่ายรูปเก๋ๆ คูลๆ กับสะพานสีสันสดใสเหมือนสีของสายรุ้ง พร้อมชมวิวบรรยากาศของชายทะเลกาหลงไปด้วย ในช่วงแดดร่มบรรยากาศเหมาะสำหรับพักผ่อนหย่อนใจ ปั่นจักรยาน ชมวิวเลียบเส้นนาเกลือไปจนถึงชายทะเล

        สะพานไม้สายรุ้ง ตั้งอยู่ที่ตำบลกาหลง อ.เมือง  จ.สมุทรสาคร ห่างจากมหาชัยไปไม่ไกล ก่อนถึงสะพานไม้สีรุ้ง จะเข้าสู่บ้านกาหลง ซึ่งเป็นหมู่บ้านเล็กๆที่มีอาชีพทำนาเกลือ ระหว่างทางจะเห็นนาเกลืออยู่เป็นระยะ เมื่อถึงกลางหมู่บ้าน ผ่านวัดกาหลงสามารถแวะไหว้พระที่วัดกาหลงก่อนจากวัดข้ามทางรถไฟจะเจอมุมน่ารักของบ้านกาหลง เป็นป้ายชื่อและจักรยานสีสันสดสันขนาดใหญ่ ตรงจุดนี้จะเป็นร้านขายของชำ ของที่ระลึกจากชุมชน และร้านขายอาหารตามสั่ง ร้านก๋วยเตี๋ยว ขนาดเล็ก สามารถแวะอุดหนุนได้

        ระหว่างทางไปสะพานสายรุ้ง เห็นภาพชาวบ้านกำลังทำนาเกลือ ซึ่งนอกจากอาชีพประมงแล้ว การทำนาเกลือยังเป็นวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมของชาวบ้านในสมุทรสาคร ที่สามารถพบเห็นได้อยู่ทั่วไปสะพานที่บ้านกาหลงมี  2 สะพาน ตั้งอยู่ใกล้กัน คือ สะพานไม้สายรุ้ง ซึ่งเป็นสะพานแบบไม้ทาสีรุ้งบริเวณทางเดิน อีกสะพาน คือ สะพานชายทะเลกาหลง เป็นสะพานปูน ที่มีการทาสีรุ้งบริเวณขอบแท่นปูน  สะพานไม้สายรุ้งจะถึงก่อนโดยเลี้ยวไปอีกทางหนึ่ง  แต่จะเลือกไปสะพานไหนก่อนก็ได้เพราะตั้งอยู่ใกล้กัน หากไปไม่ถูกถามชาวบ้านในละแวกนั้นได้ เราเลือกไปสะพานไม้สายรุ้งก่อน ผ่านถนนสายเล็กๆ ไปจนถึงจุดที่จอดรถซึ่งเป็นพื้นที่บ้านของชาวบ้าน จอดรถไว้บริเวณนี้ จากนั้นเดินเข้าไปอีกนิดเดียวผ่านป่าชายเลนบ้านกาหลงที่ยังคงอุดมสมบูรณ์ และมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติไว้สำหรับเดินชมความเขียวขจีของต้นโกงกาง แสม ลำพู รวมถึงพันธุ์ไม้อื่นๆ ระหว่างทางฝั่งป่าชายเลน มีภาพพระบรมฉายาลัษณ์ของในหลวง ร 9 ตลอดเส้นทาง ซึ่งป่าชายเลนแห่งนี้ เป็นป่าที่ปลูกไว้เพื่ออนุรักษ์และสานต่อสิ่งที่พ่อทำ ส่วนอีกด้านมองไปคือ วิวของชายทะเล ซึ่งหากมาในช่วงเที่ยงและบ่ายจะเป็นช่วงที่น้ำทะเลลด จะเห็นพื้นโคลนข้างล่าง แต่ถ้ามาในช่วงบ่ายแก่ๆไปจนถึงเย็นน้ำจะเริ่มขึ้นสะพานสายรุ้ง เป็นสะพานไม้ทอดยาวไปจนถึงทะเล โดยทาสีสดใสเป็นสีรุ้งบริเวณทางเดิน ช่วยเพิ่มสีสันให้กับสะพานกลายเป็นจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาถ่ายภาพตลอด โดยเฉพาะในช่วงเวลาเย็น จากสะพานไม้สายรุ้ง มองเห็นสะพานปูนอยู่ไม่ไกล

 

สะพานแดง จุดชมวิวปลาโลมา

สะพานแดง จุดชมวิวปลาโลมา

        สะพานแดง จุดชมวิวปลาโลมา  ตั้งอยู่ที่ตำบลพันท้ายนรสิงห์ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร เป็นจุดชมวิวบรรยากาศริมชายฝั่งทะเล และชมพระอาทิตย์ตก ชมป่าชายเลนและไม้ไผ่ชะลอ เป็นจุดชมวิวก็ยอดนิยมของนักท่องเที่ยว  เพราะมีสะพานไม้สีแดงที่ทอดยาวขนานไปกับชายทะเลความยาว 700  เมตร  มองเห็นวิวทิวทัศน์ของชายฝั่งที่สวยงาม มีลมทะเลพัดเย็นสบาย  สามารถชมบรรยากาศของพระอาทิตย์ขึ้นและตกได้ บริเวณทางเข้า มีร้านอาหารทะเลให้บริการหลายร้าน

         สะพานแดงดังกล่าวมีอายุประมาณ 6 ปี สร้างโดยสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดสมุทรสาคร เหตุผลที่ทาสีสะพานเป็นสีแดง เพราะแต่เดิมหมู่บ้านที่เป็นที่ตั้งของสะพานแดง มีชื่อว่า  หมู่บ้านแดง  สะพานแดงสร้างด้วยไม้แผ่นทั้งหมดรองรับฐานด้วยเสาปูน มีความยาวทั้งสิ้น 700 เมตร  บางช่วงสะพานอาจชำรุด ต้องเดินด้วยความระมัดระวัง